รอยขบวนเสด็จพระนางจามเทวี
 



รำลึกรอยขบวนเสด็จพระนางจามเทวี

      ในอดีตสายน้ำปิงคือเส้นทางคมนาคาสายหลักที่เชื่อมโยงอำนาจและอารยธรรม ระหว่างอาณาจักรล้านนา และศูนย์กลางอำนาจแห่งที่ราบลุ่มเจ้าพระยา ตำนาน การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่แห่งสายน้ำปิงได้แก่ขบวนเสด็จของพระนางจามเทวี กษัตริยาพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ไทย ในพุทธศรรตวรรษที่ 13 พระนาง จามเทวี พระราชธิดาพระเจ้ากรุงละโว้ ขณะมีพระชนมายุเพียง22พรรษา และทรง พระครรภ์ได้ประมาณ3เดือน ทรงอำลาพระสวามีนำข้าราชบริพาร บัณฑิต พระเถระ และ ช่างฝีมือต่างๆ ร่วม 7,000 คน เสด็จทางเรือ ทวนสายน้ำปิง รอนแรมผ่านขุนเขานานกว่า 7 เดือน เพื่อไปสร้างนครหริภุญไชย หรือ เมืองลำพูนในปัจจุบัน



      การเสด็จของพระนางครั้งกระโน้น ทำให้มีเรื่องราวเล่าขานเป็นตำนานพื้นบ้าน ที่คงอยู่คู่สายน้ำปิง มาจนปัจจุบันเช่น ชาวเมืองตากเล่าว่า เมื่อครั้งที่ขบวนเสด็จของพระนางจามเทวีได้เคลื่อนมาถึงตอน หนึ่งของแม่น้ำปิง เกิดมีเหตุสำเภาชนกัน ทำให้สำเภาล่มข้าวของเปียกน้ำพระนางจึงสั่งให้หยุด ขบวนแล้วนำข้าวของในเรือสำเภา ที่ล่มขึ้นมาตากแดดบนหาดทรายทั้งสองฝั่งลำน้ำตรงจุดนั้นจึง กลาย เป็นบ้านตากตก และบ้านตากออกปัจจุบันเป็นเขตอำเภอบ้านตาก และจุดที่สำเภาล่มก็เรียกว่า เกาะตะเภา ในท้องที่ อ.บ้านตากเช่นกัน หรืออย่างเช่นบริเวณแก่งอาบนาง ตามตำนานเล่าว่าเป็นจุด ที่พระนางจามเทวีหยุดพักและทรงลงสรงน้ำสระ พระเกษาเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่น้ำที่มีอยู่ใน บริเวณนั้นไม่สะอาดและบริสุทธิ์ พอพระนางจึงตั้งจิตอธิษฐาน หากตนมีบุญญาธิการเพียงพอที่จะ ช่วยทำนุบำรุง ฟื้นฟู เผยแพร่พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองสืบไปแล้ว ขอเทวาอารักษ์โปรดประทาน น้ำบริสุทธิ์สะอาด ลงมาจากเบื้องบนเถิดเมื่อสิ้นคำอธิษฐานก็มีสายน้ำไหลเย็น ตกลงมาจากภูผาเบื้อง บนให้พระนางได้สรงสมความปรารถนา หน้าผาแห่งนั้น จึงได้ชื่อว่าผาอาบนางและแก่งบริเวญ นั้นได้ชื่อว่า แก่งอาบนางมาจนปัจุบันลำน้ำปิงสายเดิมนี้ปัจจุบันกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ งดงาม และโรแมนติกแต่หากได้มีโอกาสได้ย้อนรำลึกถึงอดีต เมื่อ 1,350 ปี ก่อนที่แม่ปิงไหล เชี่ยวกรากผ่านแก่งหินซอกซอน ใต้ป่าใหญ่ในหุบเหวลึก เราก็จะสัมผัสได้ถึง พระวิริยะ- อุตสาหะ และพระบารมี ของพระนางจามเทวี วีระกษัตรีย์แห่งตำนาน

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player